“...น้ำมันปาล์มทราบว่าดีเป็นน้ำมันที่ดีใช้งานได้ใช้บริโภคแบบใช้น้ำมันมาทอดไข่ได้ มาทำครัวได้เอาน้ำมันปาล์มมาใส่รถดีเซลได้กำลังของน้ำมันปาล์มนี้ดีมากได้ผลเพราะว่าเมื่อได้มาใส่รถดีเซล ไม่ต้องทำอะไรเลยใส่เข้าไป แล่นไป คนที่แล่นตามบอกว่าหอมดี...”
พระราชดำรัสพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ

ไบโอดีเซล เป็นผลิตภัณฑ์ที่ได้จากการนำน้ำมันพืชชนิดต่างๆ หรือน้ำมันสัตว์มาสกัดเอายางเหนียวและสิ่งสกปรกออก จากนั้นนำไปผ่านกระบวนการทางเคมี โดยการเติมแอลกอฮอล์เช่น เอทานอลหรือเมทานอล และมีตัวเร่งปฏิกิริยา เช่น โซเดียมไฮดรอกไซด์ภายใต้สภาวะที่มีอุณหภูมิสูง เพื่อเปลี่ยนโครงสร้างน้ำมันจาก Triglyceridesเป็น Organic Acid Esters เรียกว่า“ไบโอดีเซล” และได้กลีเซอรอลเป็นผลพลอยได้ใช้เป็นวัตถุดิบสำหรับอุตสาหกรรมยาเครื่องสำอาง
วัตถุประสงค์ของกระบวนการดังกล่าวคือ ช่วยปรับปรุงคุณสมบัติของน้ำมันในเรื่องความหนืดให้เหมาะสมกับการใช้งานกับเครื่องยนต์ดีเซล และเพิ่มค่า cetane number การใช้ไบโอดีเซลสามารถลดมลพิษอากาศ ซึ่งเป็นผลจากการเผาไหม้ในเครื่องยนต์ได้ส่วนหนึ่งเนื่องจากองค์ประกอบของไบโอดีเซลไม่มีธาตุกำมะถัน แต่มีออกซิเจนเป็นองค์ประกอบประมาณ ๑๐% โดยน้ำหนักจึงช่วยการเผาไหม้ได้ดีขึ้นและลดมลพิษซัลเฟอร์ไดออกไซด์ ไฮโดรคาร์บอนคาร์บอนมอนนอกไซด์ ฯลฯ นอกจากนี้ไบโอดีเซลมีคุณสมบัติในการหล่อลื่นดีกว่าน้ำมันดีเซล น้ำมันเชื้อเพลิงชนิดนี้สามารถผลิตได้จากวัตถุดิบจากการเกษตรภายในประเทศ เช่น ไขมันจากพืช ไขมันจากสัตว์ และสาหร่ายบางชนิด
ในระดับชุมชนสามารถทำการผลิตได้จากพืชน้ำมันในท้องถิ่น เช่น น้ำมันสบู่ดำหรือโดยการใช้น้ำมันประกอบอาหารที่ใช้แล้วจากกิจการต่างๆ ทั้งในครัวเรือน ร้านอาหารภัตตราคาร กลุ่มผลิตผลิตภัณฑ์ OTOP หรือโรงงานอุตสาหกรรมอาหารในชุมชนซึ่งจะเป็นการเพิ่มมูลค่าของผลผลิตทางการเกษตร หรือเป็นการเพิ่มคุณค่าของน้ำมันที่ใช้แล้ว และช่วยลดปริมาณของเสียที่จะทำให้เกิดมลพิษต่อสิ่งแวดล้อมในชุมชนได้อีกด้วย
ด้วยสายพระเนตรอันยาวไกลพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวฯ ทรงมีพระราชดำริให้ศึกษาวิจัยและทดลองผลิตน้ำมันไบโอดีเซล นำมาใช้กับยานพาหนะในพระราชวังสวนจิตรลดาเมื่อหลายสิบปีที่ผ่านมา และทรงมีพระราชดำรสั เกี่ยวกับการใชน้ำ้มัน ไบโอดีเีซลเป็นพลังงานทดแทนเพื่อช่วยแก้ปัญหาของชาติด้านพลังงาน กับคณะบุคคลที่เข้าเฝ้าถวายพระพรเนื่องในวันเฉลิมพระชนมพรรษา ๔ ธันวาคม ๒๕๔๘ ที่ผ่านมาดังนั้นเพื่อสนองพระราชดำริฯพสกนิกรจึงสมควรน้อมนำเทคโนโลยีการผลิตน้ำมันไบโอดีเซลมาปฏิบัติ เพื่อทำให้สามารถพึ่งตนเองได้ด้านพลังงานต่อไป
สูตรการทำน้ำมันไบโอดีเซลจากน้ำมันพืช น้ำมันสัตว์ที่ใช้แล้ว
๑. นำน้ำมันพืชหรือน้ำมันสัตว์ที่ใช้แล้วกรองเอาเศษอาหารที่ปนออก จากนั้นยกขึ้นตั้งไฟ

• หากมีน้ำผสมอยู่ในน้ำมัน (จะมีลักษณะขาวข้น) ต้องต้มน้ำมันในอุณหภูมิ ประมาณ ๑๑๐ องศา นานประมาณ ๑๐ นาที แล้วดับไฟ
• หากไม่มีน้ำปน (มีลักษณะใส) ให้ต้มน้ำมันที่อุณหภูมิ ๕๗ องศาแล้วดับไฟ ความร้อนจะขึ้นถึง ๖๐ องศา
๒. นำเมทิลแอลกอฮอล์ ใส่ลงในภาชนะคล้ายแกลลอนที่มีฝาปิดและนำโซดาไฟใส่ลงไป ปิดฝาแล้วเขย่าจนละลายหมดณ เวลาใกล้เคียงกับน้ำมันอุณหภูมิที่ ๖๐องศา ระหว่างเขย่า ควรหยุดเปิดฝาให้ไอร้อนระเหยออกจากแกลลอน แล้วจึงเขย่าอีกครั้ง ขั้นตอนนี้ควรทำด้วยความระมัดระวัง อย่าสัมผัสส่วนผสมหรือสูดดมไอระเหย และอย่าทำให้เกิดประกายไฟ ควรทำในสถานที่อากาศถ่ายเทได้ดี

ไบโอดีเซลมีคุณสมบัติในการหล่อลื่นดีกว่าน้ำมันดีเซลหากมีการสัมผัสให้ล้างน้ำสะอาดทันที
๓. เมื่อน้ำมันที่ต้มมีอุณหภูมิ ๖๐ องศาให้ยกน้ำมันลงจากเตา แล้วนำส่วนผสมของข้อ ๒ เทลงไป กวนให้เข้ากัน พักทิ้งไว้ ๑ คืน ตอนเช้าจะพบว่ามีฝ้าลอยอยู่บนผิวหน้าให้ตักออก แล้วตักของเหลวใสตอนบน (ไบโอดีเซล) ไปพักไว้ ๗ วันค่อยนำไปใช้ เป็นเชื้อเพลิงแทนน้ำมันดีเซล ส่วนชั้นล่างเป็นของแข็งสีน้ำตาลคือ กลีซอรีน สามารถนำไปทำเป็นสบู่ธรรมชาติเพื่อใช้ล้างทำความสะอาดพื้นหรือทำเป็นเชื้อเพลิงติดไฟหากหลังจากกวนส่วนผสม ผลที่ได้เป็นของเหลวคล้ายเจลโดยไม่มีการแยกตัว หมายความว่า โซดาไฟมากไป

หากได้เป็น ๓ ส่วน คือ
ส่วนบน - ไบโอดีเซล
ส่วนกลาง - น้ำมันที่ยังไม่ทำปฏิกิริยา
และส่วนล่าง - กลีซอรีนหมายความว่า โซดาไฟน้อยเกินไป
หากใช้โซดาไฟที่ชื้นหรือมีน้ำปนอยู่ จะได้ส่วนที่ ๔ เกิดขึ้นคือ สบู่
แก๊สชีวภาพ หรือ ไบโอแก๊ส
เป็นระบบจดัการของเสียควบคู่ไู่ปกับการปรับปรุงสภาพแวดล้อม ภายในระบบ โดยวิธีทางชีวภาพแบบไม่ใช้อากาศด้วยการนำสารอินทรีย์หรือมูลสัตว์ไปหมักโดยวิธีชีวภาพเพื่อให้กลุ่มจุลินทรีย์ชนิดที่ไม่ต้องการออกซิเจนย่อยสลายมูลสัตว์เหล่านั้น และเกิดเป็นแก๊สชีวภาพที่สามารถจุดติดไฟได้ โดยมีแก๊สมีเทนเป็นองค์ประกอบหลัก แก๊สชีวภาพนั้นสามารถนำไปใช้เป็นพลังงานทดแทนพลังงานเชื้อเพลิงอื่นๆ ได้ น้ำเสียที่ผ่านการบำบัดจากระบบชีวภาพจะกลายเป็นปุ๋ยอินทรีย์คุณภาพดี
ขั้นตอนการสร้างถังหมักแก๊สชีวภาพจากมูลสัตว์ ขนาดครัวเรือน
อุปกรณ์
๑. ถังหมักแก๊ส
• ถังพลาสติกขนาดบรรจุ ๒๐๐ลิตร ๑ ใบ พร้อมฝาปิด
• ท่อพีวีซีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง๒ ๑/๒ นิ้ว สำหรับทำท่อเติมเศษอาหาร และทำตัวประคองแกนใบพัดกวนปฏิกูลในถังหมักแก๊ส
• ท่อน้ำประปาขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๑ นิ้ว ทำเป็นแกนเชื่อมเหล็กแผ่นเป็นใบพัด ๒ ชั้น
• วาล์วปิด-เปิด ๒ ตัว ตัวที่ ๑สำหรับเปิดสิ่งปฏิกูล เมื่อปฏิกูลหมดอายุใน ๑๐ - ๑๒ เดือน ตัวที่๒ สำหรับเปิดปฏิกูลทิ้งรายวันเมื่อนำเศษอาหารใส่
แต่ละมื้อ
• เกลียวต่อสายยางท่อนำแก๊สออกจากถังหมักแก๊สไปยังถังรับแก๊ส ๑ ตัว
• กาว ซิลิโคน และอุปกรณ์ต่างๆ
๒. ถังรับแก๊ส
• ถังพลาสติกขนาดบรรจุ ๒๐๐ลิตร ๑ ใบ เป็นตัวเปลือก
• ถังพลาสติกขนาดบรรจุ ๑๘๐ ลิตร ๑ ใบ เป็นถังรับแก๊ส
• เกลียวต่อสายยาง ๒ ตัว ตัวที่๑ ต่อสายยางจากถังหมักแก๊สตัวที่ ๒ ต่อจากถังรับแก๊สไปยังเตาหุงต้ม
วิธีทำ
๑. วิธีทำถังหมักแก๊ส
• เจาะคว้านฝาครอบถังบรรจุแก๊ส ๒ รู ขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง ๒ ๑/๒นิ้ว เพื่อทำช่องใส่เศษอาหารแต่ละมื้อ กับช่องประคองแกนกวนปฏิกูล
• เจาะรูที่ฝาครอบถังหมักแก๊ส ๒ รูเพื่อใส่อปุกรณ์ต่อ กับสายยางนำแก๊สจากถังหมักไปยังถังบรรจุแก๊ส
• เจาะรูที่ข้างถังหมักแก๊ส ๒ รู รูที่ ๑ใช้ทิ้งปฏิกูลที่หมดอายุ (กำหนดปฏิกูล๑๐ - ๑๒ เดือน) และรูที่ ๒ สำหรับทิ้งปฏิกูลรายวัน
๒. วิธีทำถังเก็บแก๊ส
• นำถังเก็บแก๊สคว่ำลงในถังเปลือก
• เจาะก้นถังเก็บแก๊ส ๒ รู รูที่ ๑ สำหรับต่อสายยางนำแก๊สจากถังหมักแก๊สมาเก็บ รูที่ ๒ สำหรับต่อสายยางนำแก๊สออกไปใช้โดยติดตั้งกับเตา
• นำน้ำเทใส่ระหว่างถังเปลือกกับถังเก็บแก๊ส เพื่อเป็นตัวกั้นกันแก๊สออกจากถัง
๓. วิธีหมักมูลสัตว์ที่ทำให้เกิดแก๊สใช้มูลสัตว์ ๑ ปี๊บ (เป็นมูลสดจะดีกว่ามูลแห้ง) นำน้ำเปล่า ๑ ปี๊บ (ควรเป็นน้ำประปาที่รองทิ้งไว้เกิน ๘ ชม. เพื่อให้กลิ่นและฤทธิ์คลอรีนลดลง หรือน้ำที่ไม่มีคลอรีนจะดีกว่า) นำน้ำผสมมูลสัตว์เทใส่ถังหมักนาน ๑๐ วัน จะเกิดแก๊สเริ่มต้นและจะผลิตแก๊สได้นาน ๑๐ - ๑๒ เดือนการเตมิเศษอาหารลงถงัหมกั เพอื่เพิ่มคุณภาพของจุลินทรีย์ที่ทำให้เกิดแก๊ส ให้เติมเศษอาหารในครัวเรือนที่ไม่มีรสเปรี้ยวใดๆ ทั้งสิ้น ๑ กก. ในช่องทางเติมเศษอาหาร แล้วกวนให้เข้ากันกับปฏิกูลที่มีอยู่ในถังหมักเดิม เปิดช่องทางระบายด้านข้างเพื่อให้ปฏิกูลส่วนเกินไหลออกมา ปริมาณ ๑ กก. (สามารถนำไปทำเป็นปุ๋ยได้)