โพธิวิชชาลัย มหาวิทยาลัยของ "พ่อ"
ศูนย์เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติ
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง

ติดต่อเรา

มูลนิธิกสิกรรมธรรมชาติ
เลขที่ ๑๑๔ ซอย บี ๑๒ หมู่บ้านสัมมากร สะพานสูง กรุงเทพฯ ๑๐๒๔๐
สำนักงาน ๐๒-๗๒๙๔๔๕๖ (แผนที่)
ศูนย์กสิกรรมธรรมชาติ มาบเอื้อง 038-198643 (แผนที่)


User login

“หนึ่งโหลโสถิ่ม” พลังกสิกรรมธรรมชาติอีสานกอดคอสร้างฐาน 4 พอ (2)

อาจารย์ยักษ์พูดถึงสวนยางบนภูเขาภาคอีสานไว้เมื่อตอนที่แล้ว ยังยืนยันว่าสวนยางไม่ใช่ป่า โดยเฉพาะเมื่อลุยปลูกสวนยางจำนวนมากบนภูเขา อย่างที่จังหวัดเลยนั้นได้รับทราบข้อมูลจากกำนันแสวง ประธานชมรมผู้ใหญ่บ้านของจังหวัดประมาณการให้ฟังว่า สวนยางเกิดขึ้นแล้วเกินกว่าครึ่งหนึ่งของพื้นที่เกษตรที่มีอยู่ ก็แทบจะทำนายอนาคตได้เลยว่าเมื่อฝนตกน้ำหลาก จะเกิดดินถล่มพัดเอาตอสวนยางที่โตแล้วระดับหนึ่งลงมาถล่มบ้านคนเหมือนที่เคยเกิดขึ้นแล้วในภาคใต้แน่นอน เพราะว่าต้นไม้อะไรก็ตามที่ปลูกด้วยระบบพืชเดี่ยว คือปลูกพืชชนิดเดียวในพื้นที่ระบบรากจะไม่ได้สานกันแน่นหนาแต่จะเป็นรากชนิดเดียว ไม่เหมือนรากของต้นไม้ในป่าซึ่งมีหลากระดับสานยึดกันแน่นหนา เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติจึงเน้นให้ปลูกป่า 3 อย่าง 5 ระดับทั้งสูง กลาง เตี้ย เรี่ยดิน และหัวจึ๊กหรือพืชหัวเพื่อให้เกิดเป็นป่าที่ใกล้เคียงกับป่าไม้ธรรมชาติมากที่สุด และหากจะได้เสริมด้วยหญ้าแฝกเข้าไปอีกก็จะช่วยยึดดินไว้ได้ดี แต่หากพากันหันมาปลูกยางกันหมดนอกจากจะเสี่ยงต่อภัยดินโคลนถล่มแล้ว ขณะเดียวกันยางยังกินน้ำจุมากก็หมายความว่าภัยแล้งก็จะยิ่งรุนแรงขึ้น พื้นที่ไหนที่ตัดป่าออกหันไปปลูกยางแทนก็จะเกิดปัญหาภัยแล้งที่ต้องรับกรรมต่อมาคือพื้นที่ตอนล่างลงมาที่เคยทำนา ทำสวน ทำไร่ได้ผลก็จะแห้งแล้งตามไปเมื่อผืนป่าที่เคยอุดมสมบูรณ์หมดไปแม้ในแหล่งน้ำที่เคยมีกุ้ง หอย ปู ปลา สมบูรณ์ก็จะพลอยอดอยากไปด้วย เพราะแหล่งน้ำธรรมชาติถูกทำลายไปหมดแล้ว สิ่งที่ต้องเร่งทำ คือ การไปสอนให้ชาวบ้านลุกขึ้นจัดการกับพื้นที่สูง คือระดมกำลังกันมาช่วยสร้างฝายชะลอน้ำเพื่อให้กระจายน้ำลงมา บ้านไหนพอมีที่ก็ให้ทำหนองน้ำเก็บเอาไว้ ทำฝายเก็บเอาไว้ รักษาแนวป้องกันไฟป่า เขตป่าเปียกต้องรักษาเอาไว้แล้วจะได้ผล ไปเยี่ยมเยียนศูนย์เครือข่ายจังหวัดเลยคราวนี้ก็เลยไปชวนกันลงมือทำได้พาบรรดา ผู้อำนวยการศูนย์ ไปเรียนรู้กับการทำจริง ย้ำเลยว่าพื้นที่สูงต้องเร่งอนุรักษ์ป่าไว้ให้ได้

เครือข่ายกสิกรรมธรรมชาติระดมกำลังให้ความรู้ บ่มเพาะกันมาหลายปี ทั้งผ่านการประชุมเครือข่ายทุก 2 เดือนและจากการตอกย้ำผ่านทุกช่องทางทำให้สมาชิกเราหลายท่านมีความรู้แล้ว ลงมือทำแล้วสามารถกระจายน้ำมาเก็บไว้ในหนองน้ำที่บ้านซึ่งมีถึง 5-6 แห่งในพื้นที่ของตัวเอง เรียกได้ว่าอนุรักษ์ป่าในพื้นที่ตัวเองเอาไว้ ซึ่งก็อยู่ในพื้นที่ต้นน้ำนั่นแหละ ก็ทำให้มีน้ำไหลลงมาและกักไว้และยกระดับน้ำไว้ได้ กระจายลงมาในหนองน้ำได้ตลอด ถือว่าหมดปัญหาภัยแล้งสำหรับพื้นที่ที่ทำตามแนวทางที่พระเจ้าอยู่หัวทำไว้ให้ดู พอว่าจะมีหวังในกลุ่มของพวกเรา

เหตุแห่งความหายนะที่มองเห็นในภาคอีสานและทุกภาคทั่วประเทศนั้น อาจารย์ยักษ์ถือว่าเกิดเพราะการจัดการศึกษาขณะนี้ที่ผิดพลาดอย่างรุนแรงตั้งแต่ระดับครอบครัวไปจนถึงขั้นพื้นฐาน ขั้นอุดมศึกษา กำนันแสวงซึ่งถือว่าเป็นบุคคลสำคัญที่ถือว่าจะเป็นผู้นำที่จะนำพาศาสตร์พระราชาขยายผลในเขตภูหลวงตั้งมั่นว่าจะรักษาต้นน้ำไว้ให้ได้ ก็ปรารภว่าการศึกษาในบ้านเราถือว่าล้มเหลวหมดแล้ว ประชาธิปไตยที่จะลงไปปฏิบัติในท้องถิ่นก็ล้มเหลวหมดเช่นกัน เพราะว่าล้มเหลวตั้งแต่ครอบครัวไปจนถึงสถาบันการศึกษา มีทางเดียวคือ จะต้องเร่งตั้งศูนย์ของเรานี่แหละให้สอนทั้งหลักคิด หลักปฏิบัติ..อย่ามัวรอที่จะหวังพึ่งคนอื่นๆ หรือรอพึ่งต่างประเทศ รอพึ่งรัฐบาลก็แทบจะชัดเจนว่าเป็นไปไม่ได้แล้วต้องหันมาพึ่งตนเอง อาจารย์ยักษ์ฟังแล้วก็มีหวังขึ้นมา เพราะว่าเดิมที กำนัน ผู้ใหญ่ มักจะรอความช่วยเหลือจากทางภาครัฐแต่ตอนนี้กำลังหันกลับมาพึ่งตนเอง ทำให้เริ่มมีความหวังที่จะสร้างจังหวัดเลยให้เป็นต้นแบบซึ่งจะช่วยได้ทั้งภาคอีสานและภาคกลางที่เกี่ยวพันกันในระบบลุ่มน้ำ

เครือข่ายเราตั้งเป้าจะสร้าง 12 ดาวเด่นขึ้นให้ได้ ให้ชาวบ้านมองเห็นคุณค่าของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงว่าสามารถที่จะฝ่าวิกฤตให้ได้เห็นจริงๆ 12 ดาวเด่นนี้แหละที่เรียกว่าหนึ่งโหลโสถิ่มไม่ขาดไม่เกิน เป็น 12 เดนตายที่จะโสถิ่มคือทิ้งทั้งหมดไปเพื่อพิสูจน์ตนในแนวทางนี้ ไปเยี่ยมเยียนภาคอีสานยังมีเรื่องราวน่าสนใจอีกมากจะขอเอาความคืบหน้าของเครือข่ายมาเล่าให้ฟังต่อในสัปดาห์หน้า +

แหล่งที่มา: 
พอแล้วรวย คมชัดลึก วันเสาร์ที่ 1 ธันวาคม 2555